7 วิธีคลายร้อนแบบคนโบราณ

ร้อนขนาดนี้ มาดูวิธีคลายร้อนง่ายๆกันมั้ยนี่ก็เข้าสู่หน้าร้อนแบบจริงจังกันแล้ว สังเกตได้ง่ายๆ จากแสงแดดที่แผดเผา และอากาศที่ร้อน ร้อนและร้อนขึ้นทุกวัน วิธีคลายร้อนที่คนในยุคปัจจุบันที่มักจะนึกออกกันเป็นอันดับแรกๆก็คงจะเป็นการเดินห้างสรรพสินค้าและตากแอร์ให้ฉ่ำปอดใช่มั้ยล่ะคะ วันนี้จะมาแนะนำ 7 วิธีคลายร้อนง่ายๆ ตามแบบคนโบราณที่เราขอบอกเลยว่าสามารถทำได้จริงๆ ในปัจจุบัน ไม่ลำบากลำบน แถมไม่เปลืองค่าไฟอีกด้วย พร้อมแล้วตามมาดูกันเลยค่ะ

1. อาบน้ำเย็นและทาตัวด้วยแป้งเย็น

วิธีคลายร้อนง่ายๆที่คลาสสิกและเบสิกที่สุด ใช้กันมาในทุกยุคทุกสมัย คือ การอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยคลายร้อนและลดผดผื่นที่อาจเกิดจากเหงื่อที่อับชื้นได้ แถมประแป้งเย็นเพิ่มหลังอาบน้ำเข้าไปอีก แค่นี้ก็ไม่ร้อนแล้วล่ะค่ะ ซึ่งการทาแป้งให้เย็นอย่างยาวนาน คือ คุณต้องทาแป้งเย็นหลังจากอาบน้ำเสร็จมาหมาดๆ และไม่ต้องเช็ดตัวจนแห้งสนิทเพราะเมื่อแป้งเย็นสัมผัสกับความชื้นที่ผิวที่ยังหมาดๆ จะทำให้รู้สึกได้ถึงความเย็นแบบซ่าบซ่านกันเลยทีเดียว แต่ถ้าทาตอนที่ผิวแห้งสนิทแล้ว ความเย็นที่ได้ก็จะลดน้อยลง และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ควรใช้แป้งเย็นกับผิวที่บอบบาง เพราะแป้งเย็นอาจทำปฏิกิริยาจนทำให้ผิวหนังบริเวณแสบ มีผื่นแดง และไหม้ได้นั่นเองค่ะ!

2. ดื่มน้ำเย็น

อีกหนึ่งวิธีคลายร้อนง่ายๆ ไม่แพ้การอาบน้ำเย็นคือ แค่หาน้ำเย็นๆ สักแก้วมาดื่มให้ชื่นใจ ก็สามารถคลายร้อนได้แล้ว แต่ถ้าจะให้สดชื่นมากขึ้นอีก ขอแนะนำให้เพื่อนๆ ลองใช้วิธีคลายร้อนตามแบบคนโบราณโดยการหยดน้ำยาอุทัยทิพย์เพื่อเพิ่มความหอมและช่วยดับกระหาย เนื่องจากน้ำยาอุทัยทิพย์มีฤทธิ์เป็นยาเย็น เป็นสมุนไพรที่ใช้แก้ร้อนในกระหายน้ำได้ วิธีนี้จึงนิยมใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วล่ะค่ะ น้ำยาอุทัยที่ใช้หยดใส่ในน้ำดื่มนั้น นอกจากจะมีกลิ่นหอมชื่นใจแล้ว ยังมีสมุนไพรไทยอย่างฝาง ที่มีสรรพคุณบำรุงโลหิต ทำให้เลือดเย็น แก้ท้องร่วง ธาตุพิการ แก้กระหายน้ำได้ดี และยังมีชะเอมเทศ และอบเชยเทศ ที่มีสรรพคุณบำรุงหัวใจ ขับลมเบื้องต่ำ รักษาไข้หวัด แก้เสมหะ แก้หวัดน้ำมูกไหลได้อีกด้วย แต่ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นของน้ำยาอุทัย ลองนำดอกมะลิสดมาลอยในน้ำเย็นเป็นน้ำลอยดอกมะลิก็หอมชื่นใจไม่แพ้กันเลย

3. กินของหวานคลายร้อน

หรือไม่ว่าขนมไทยหลายชนิดสามารถช่วยดับร้อนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะขนมไทยตระกูลลอยแก้วต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กระท้อนลอยแก้ว สละลอยแก้ว มะยงชิดลอยแก้ว ว่านหางจระเข้ลอยแก้ว หรือแตงไทยกะทิสด โดยก่อนที่จะกินให้ทุบน้ำแข็งละเอียดเย็นชื่นใจใส่ลงไปด้วย แต่ระวังอย่าปรุงรสให้หวานจนเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแบบไม่รู้ตัว โรคเบาหวานอาจจะถามหาก็ได้นะคะ

4. กินอาหารที่มีฤทธิ์เย็น

ลักษณะอาหารฤทธิ์เย็น คือ อาหารรสจืดหรือหวานจากธรรมชาติไม่จัดจ้านเกินไป มีเส้นใยอาหารสูง ให้พลังงานต่ำ อย่างเช่น ผักบุ้ง ตำลึง ผักหวาน บวบ ฟัก แตงต่าง ๆ สายบัว มะรุม ยอดฟักแม้ว ว่านหางจระเข้ ถั่วงอก บล็อกโคลี หัวไชเท้า เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหูหนู หรือถ้าเป็นผลไม้ก็เช่น มังคุด มะยม แตงโม แตงไทย แคนตาลูป สับปะรด ส้มโอ กล้วยน้ำว้า สตรอเบอร์รี่ น้ำมะพร้าว หน้าร้อนแบบนี้ลองนำพืชผักผลไม้ที่ฤทธิ์เย็นมาทานกันดู แต่ถ้าใครยังอยากรับประทานอาหารที่มีรสจัดจ้านอยู่ ให้ทานคู่กับผักและตบท้ายด้วยผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น เพียงเท่านี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้วล่ะค่ะ

5. ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้า

ถ้าหากร้อนจนทนไม่ไหวจริงๆ แถมยังขี้เกียจอาบน้ำด้วยอีกต่างหาก ให้นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ นำไปชุบน้ำเย็น จากนั้นมาเช็ดที่ใบหน้า แขน ขา หรือตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือถ้าอยากจะเพิ่มเลเวลความเย็นสะใจให้มากขึ้นอีก แนะนำให้นำไปแช่ตู้เย็นไว้สัก 5-10 นาทีก็ไม่ว่ากัน แค่นี้ก็ช่วยคลายความร้อนไปได้เยอะ สบายตัวขึ้นแน่นอน!

6. แต่งตัวสบาย ๆ

ชุดไทยสมัยก่อนนั้นเข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนตลอดปีของบ้านเราดีทีเดียว พอเดี๋ยวนี้สาวๆ เริ่มเปลี่ยนมาใส่แขนขาวขายาวกันก็เลยทำให้ร้อนขึ้นนั่นเอง สำหรับเสื้อผ้าที่เหมาะกับหน้าร้อน ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าที่โปร่ง เบาสบาย ไม่ซับเหงื่อ แต่สามารถระบายเหงื่อและความร้อนได้ดี โดยเฉพาะเสื้อที่สามารถระบายช่วงใต้วงแขนได้กว้างๆ จะยิ่งดีทีเดียวเลย ถ้าสาวๆ อยู่บ้านไม่ต้องออกไปไหน เสื้อคอกระเช้าก็เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะมากเลยล่ะ อ้ะ! แต่สาวๆอย่าเพิ่งคิดว่าเป็นแฟชั่นรุ่นยายแล้วกลัวว่าจะเชย เพราะตอนนี้กระแสออเจ้ากำลังมาแรง ปัจจุบันคนเริ่มหันมาสวมใส่ชุดไทย จนทำให้เสื้อคอกระเช้ากลับมาได้รับความนิยมอย่างมากอีกครั้งนะคะจะบอกให้

7. ออกไปนั่งรับลม

ถ้าพูดถึงสมัยก่อนบ้านจะสร้างยกสูง ทำให้มีใต้ถุนบ้านไว้วางตั่งเพื่อนั่ง หรือนอนรับลมโกรกเย็นสบาย นอกจากนี้ บ้านในสมัยก่อนยังมีการออกแบบให้ระบายความร้อนได้ดี รับลม และไม่กักเก็บความร้อนอีกด้วย แต่ในปัจจุบัน ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้หลายๆ คนต้องมาอยู่ในเมือง การจะนั่งรับลมที่ใต้ถุนคงเป็นเรื่องยากขอแนะนำให้ลองไปนั่งเล่นตามสวนสาธารณะต่างๆ ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพื่อรับอากาศดีๆ นอกจากจะสบายใจแล้ว ยังได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดแบบเต็มที่อีกด้วย

The Louis (เขาค้อ)

หนึ่งในร้านบรรยากาศดีของเขาค้อ ตั้งอยู่บนผาซ่อนแก้ว โอบล้อมด้วยทะเลภูเขาสวยงาม แถมยังมีลมพัดเย็นสบาย มีวิวสวย ๆ เอาไว้ให้มองเพลิน ๆ นอกจากวิวของร้านจะสวยบาดใจแล้ว ที่ร้านยังมีสวนดอกไม้สวย ๆ ไว้เอาใจคนที่ชอบถ่ายรูป และเหล่าตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ที่นั่งแจกความน่ารักอยู่รอบตัวคุณ ๆ อีกด้วย น่าจะเป็นที่ถูกใจของเหล่าบรรดาเด็ก ๆและสาวๆทั้งหลาย ที่พามาด้วยแน่นอน นอกจากเมนูเครื่องดื่มที่มีให้เลือกหลากหลาย ยังมีเค้กเนื้อนุ่มแสนอร่อย เอาใจคนชอบทานขนมหวาน นั่งชิลไปทานขนมหวานไป บอกเลยว่าฟินอย่าบอกใครเลยทีเดียว

จุดเด่นของร้าน

  •  ทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณผาซ่อนแก้วไม่ไกลจากวัดผาซ่อนแก้วมากนัก และมีถนนเชื่อมกันเป็นวงกลม หากไปเที่ยววัดผาซ่อนแก้วต้องเลือกเส้นทางผ่านเดอะหลุยส์เขาค้อ
  • จุดเด่นของร้านนี้ ทั้งร้านมีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่กระจายกันอยู่ทั่วทั้งร้าน ประกอบไปด้วยแปลงดอกไม้หลายแปลง ฟาร์มแกะ ยังมีแปลสตอเบอรี่ให้เดินชมกัน
  • ตัวอาคารสร้างอย่างแข็งแรง แวดล้อมไปด้วยทิวทัศน์วิวสวยมุมมอง 360 องศา ด้านหลังเป็นทิวเขาค้อเขียวขจีหรือเรียกบริเวณนี้ว่า ผาซ่อนแก้ว เส้นทางบนสันเขาสูงมองเห็นทิวทัศน์สวย

การเดินทาง

  • เมื่อขับรถตามทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 101 (ทางเข้าจะอยู่ข้างปั้มน้ำมัน PT) จะเห็นป้ายให้ขับรถเลี้ยวเข้าบริเวณผาซ่อนแก้วไปอีกระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงเดอะหลุยส์เขาค้อ หากขับรถต่อไปถึง Pino Latte Resort&Café และวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ขับรถเป็นวงกลม
  • อีกเส้นทางหนึ่งขับรถตามทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 103-104 (ทางเข้าบ้านทางแดงหรืออีกทางหนึ่งอยู่ใกล้ทางลงเขา) จะเห็นป้ายให้ขับรถเลี้ยวเข้ามาอีกระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร แวะเที่ยววัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว แวะเที่ยว Pino Latte Resort&Café และถึงเดอะหลุยส์เขาค้อ ขับรถเป็นวงกลมเช่นกัน
  • ห่างจากสามแยกแคมป์สน ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 06.00-22.00 น.

ที่อยู่ : ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 

เบอร์โทรศัพท์ : 097 007 7214

อิมพีเรียล ภูแก้ว ฮิลล์ รีสอร์ท (เขาค้อ)

รีสอร์ทสุดหรูหราตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของภูเขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านจะได้ดื่มด่ำกับหนึ่งในภูมิประเทศที่สวยงามที่สุด หากยังคงเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของเมืองไทย

รีสอร์ทของเราซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาที่เต็มไปด้วยสายหมอกของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทย รีสอร์ทระดับเฟิร์สคลาสนี้ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 200 กว่าไร่ บนเขาค้อ และรายล้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย ทุกห้องถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ รีสอร์ทนี้ยังได้ชื่อว่ามีบรรยากาศที่งดงามตระการตาเสมือนได้พักผ่อนอยู่บนเทือกเขาแอลป์ ท่านจะได้สัมผัสอากาศอันแสนสดชื่นของเทือกเขา และภูมิอากาศเย็นสบายที่พัดมาจากภาคเหนือ  เพียบพร้อมไปด้วยที่พักห้องประชุม ห้องสัมมนา สำหรับซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ สำหรับห้องพักของทางรีสอร์ทมีให้เลือก 140 ห้อง เน้นการออกแบบห้องในสไตล์ให้เลือกถึง 2 แบบ คือ ห้องพักสไตล์โรงแรม ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ในมุมสูงได้ดี และบ้านพักเป็นหลัง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลดหลั่นกันออกไป สามารถมอเห็นทิวทัศน์ต่าง ๆ ได้แตกต่างกันออกไป อีกทั้งรีสอร์ทยังมีทิวเขาโดยรอบ ในช่วงเช้าจะมีหมอกปกคลุมทั่วรีสอร์ท สามารถนั่งชมไอหมอกปะทะใบหน้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งนอกจากจะได้พักผ่อนแล้วยังมีกิจกรรมให้เลือกทำ เช่น ว่ายน้ำ และห้องซาวน่า เป็นต้นภาพจาก imperialphukaewresort.com

ราคา : สอบถามโดยตรงจากรีสอร์ท

ที่อยู่ :  99 หมู่ 14 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

โทรศัพท์ : 0 5675 0056-60

 เว็บไซต์ : imperialphukaewresort.comImperial Phukaew Hill Resort

แฟชั้นหน้าร้อน ยอดฮิตสำหรับสาวๆ 2018

ร้อนนี้ใส่เสื้อผ้าหน้าร้อนแบบไหนถึงจะฮอต ถ้าไม่อยากเอาท์รีบมาอัปเดตกันเลย…ช่วงนี้สาว ๆ คงสัมผัสได้ถึงลมร้อนกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ นั่นก็เพราะว่าประเทศไทยของเราเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง ซึ่งว่ากันว่าจะร้อนยาวไปถึงเดือนพฤษภาคมกันเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นสาว ๆ ก็อย่าเพิ่งใจร้อนตามอากาศนะคะ มาทำใจให้ร่ม ๆ เย็น ๆ ด้วยการอัปเดตแฟชั่นหน้าร้อนให้อินเข้ากับบรรยากาศของซัมเมอร์กันเลยดีกว่า

ซึ่งซีซั่นนี้เสื้อผ้าหน้าร้อนแบบไหนกำลังอินเทรนด์ วันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวม “แฟชั่นหน้าร้อน 2018” มาให้สาว ๆ ได้อัปเดตพร้อมชมไอเดียแต่งตัวเก๋ ๆ กันแล้วค่ะ รับรองร้อนนี้ไม่มีคำว่าเอาท์แน่นอน

 

เสื้อยืด กับกางเกงยืนขาสั้น

เพิ่มความเก๋ด้วยเสื้อเชิต

แม็กซี่เดรสแหวกขาพลิ้วๆ

ชุดเปิดไหล่

เสื้อแขนกุด

ชุดลายดอกสีสันสดใส

เดรสสายเดียวกับเสื้อยืด

เอาเป็นว่าถ้าใครไม่อยากเอาท์ รีบมาดูแฟชั่นหน้าร้อนสำหรับสาวๆที่เอามาฝากกันก่อนดีกว่า หรือใครจะแต่งตามความชอบก็ตามใจกันไปเลยจร้าชอบแนวไหน ลุกไหนจัดกันไปเลย

พระพุทธมหาธรรมราชา พระคู่เมืองเพชรบูรณ์

พระพุทธมหาธรรมราชา  เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ในสมัยลพบุรี หล่อด้วยทองสำริด มีขนาดหน้าตักกว้าง 13 นิ้ว สูง 18 นิ้ว สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์นครธม ครั้นเมื่อพระธิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระนางสิงขรมหาเทวี อภิเษกสมรสกับพ่อขุนผาเมือง เจ้าครองเมืองราด (อ.หล่มสัก) เพื่อไว้เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองครั้นพ่อขุนผาเมืองร่วมมือกับพ่อขุนบางกลางหาว เจ้าครองเมืองบางยาง (อ.นครไทย) กอบกู้อิสรภาพให้กับประเทศไทย จึงสร้างความคับแค้นใจให้กับพระนางสิงขรมหาเทวีเป็นอย่างมาก พระนางจึงกระทำการเผาบ้านเผาเมืองราดจนย่อยยับเป็นหน้ากลอง แล้วกระโดดแม่น้ำป่าสักฆ่าตัวตาย  จึงทำให้ต้องอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาล่องแพไปตามแม่น้ำป่าสักแต่ด้วยความคดเคี้ยวและเชี่ยวกรากของแม่น้ำป่าสัก จึงทำให้แพที่อัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาแตกและองค์พระก็จมหายไป จนในเวลาต่อมามีชาวประมงมาพบ และปัจจุบันพระพุทธมหาธรรมราชาประดิษฐานอยู่ ณ วัดไตรภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

พุทธอุทยานเพชบุระ  เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปจำลองพระพุทธมหาธรรมราชาองค์ใหญ่ที่สุดในโลก องค์พระเป็นเนื้อโลหะหล่อด้วยทองเหลืองบริสุทธิ์ มีขนาดหน้าตักกว้าง 11.984 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกรียติ 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภายในองค์จำลองพระมหาธรรมราชา มีพระพุทธรูปและพระเกจิอาจารย์ชื่อดังต่างๆ ประดิษฐานไว้ให้ผู้เยี่ยมชมได้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลบรรยากาศบริเวณด้านหลังขององค์จะลองพระมหาธรรมราชาพระมหาธรรมาราชาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ นักท่องเที่ยวที่มาเมืองเพชบูรณ์แล้วไม่ได้มากราบไหว้จะถือว่ามาไม่ถึงเมืองเพชรบูรณ์อย่างแท้จริง

การเดินทาง เมื่อขับรถมาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) มาจากกรุงเทพฯ เข้าสู่จังหวัดเพชรบูรณ์  ที่อำเภอศรีเทพฯ  จะเห็นป้ายคำขวัญติดอยู่ข้างถนนหลายๆ จุด “เมืองมะขามหวาน อุททยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง” แสดงว่าท่านอยู่ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์แล้ว  เมื่อเดินทางผ่านตัวเมืองเพชรบูรณ์ มาระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร หรือหากเดินทางมาจากอำเภอหลักสัก ผ่านมหาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ มาระยะทางประมาณ 300 เมตร สังเกตดูหลักกิโลเมตรที่ 225  เราก็จะเป็นองค์พระใหญ่เนื้อโลหะดำทอง สูงประมาณ 35 เมตร อยู่ริมถนนแสดงว่าท่านถึง พุทธอุทยานเพชบุระ” แล้ว เชิญแวะมาเยี่ยมชมความสวยงาม กราบสักการะขอพรกันได้นะครับ