5 เคล็ดลับ ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ให้ได้ประโยชน์ต่อการออกกำลังกายและ วิธีดูแลรักษา

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอนั้นมีความสำคัญต่อสุขภาพหัวใจ และยิ่งต้องทำหากคุณอยู่ในช่วงกำลังลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือ เข้าคลาสคาร์ดิโอต่างๆ เคล็ดลับดังต่อไปนี้จะทำให้หัวใจเราสูบฉีดมากกว่าเดิม

1. วิ่งเร็วในระยะสั้น

สลับกับความเร็วปานกลาง จะทำให้เผาผลาญแคลอรี่ สร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายได้มากขึ้น

2. คาร์ดิโอส่วนใหญ่มักจะใช้ขาเป็นหลัก

ดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นหากเราคาร์ดิโอที่แขนด้วย เปลี่ยนจากการวิ่งบนลู่วิ่งแบบเดิมๆที่ต้องจับแท่นจับ มาเป็นการสวิงแขนไปด้วยขณะวิ่ง คิดท่าใหม่ๆที่ใช้แขนขณะอยู่ในสระน้ำไปด้วย หรือแม้เข้าคลาสอื่นๆก็ตาม แทนที่จะวางแขนไว้ที่ข้างกายของคุณ

3. ขยายเวลาออกกำลังกายให้มากขึ้น

อีกจากปกติ 30-45 นาที โดยขยายเพิ่มอีกซัก 5 นาทีจากเวลาปกติ

4. คาร์ดิโอมากกว่า 2 ชนิดใน 1 อาทิตย์

ไม่จำเป็นที่ว่าเราจะต้องคาร์ดิโอซ้ำๆเดิมๆ แบบเดียวกันทั้งอาทิตย์ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และป้องการกันบาดเจ็บจากออกกำลังกายแบบเดิมๆได้อีกด้วย

5. เพิ่มความท้าทายให้กับคาร์ดิโอของคุณ

เพิ่มการวิ่งแบบยกเข่าสูงขึ้น รู้ไหมว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ร่างกายเราเฟิร์มตลอดเวลา แล้วเคยรู้บ้างไหมว่าอะไรที่เรากินและดื่มเข้าไปนั้นมีส่วนช่วยให้เราถึงเป้าหมายในการออกกำลังกายได้เร็วขึ้น หากเราเลือกรับประทานอย่างถูกต้องและรู้คุณค่าทางโภชนาการของสิ่งที่เราทานเข้าไป นอกจากอาหารและเครื่องดื่มที่ว่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเติมพลังแต่ยังสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อยากรู้แล้วใช่ไหม อาหารและเครื่องดื่มที่ว่านี้มีอะไรบ้าง

ข้าวโอ๊ต

เมื่อถึงเวลาออกกำลังกาย คาร์โบไฮเดรตเรียกว่าเป็นเพื่อนที่ดีในเวลานี้เลยก็ว่าได้ เพราะมีทั้ง กลูโคส พลังงาน ที่จำเป็นต่อร่างกาย ย่อยช้า รักษาระดับน้ำตาลในเลือด และปลดปล่อยพลังงานเมื่อออกกำลังกาย ซึ่งข้าวโอ๊ตเรียกว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด มีไฟเบอร์ และเป็นอาหารสำเร็จรูปที่ทำได้ไว้

กาแฟ

ดื่มกาแฟ ขนาดแก้ว 12 ออนซ์ 1 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังบรรเทาความเจ็บปวดจากการออกกำลังกายได้

หอยนางรม

สัตว์ทะเลที่เต็มไปด้วยธาตุเหล็ก จำเป็นต่อการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นสารที่ให้ออกซิเจนแก่ร่างกาย แร่ธาตุนี้จะไม่ได้ใช้เป็นพลังงานการออกกำลังกาย แต่จะรู้สึกเมื่อร่างกายขาดออกซิเจน

อัลมอนด์

เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ หากทานวันละ 60 เม็ด ต่อวันก่อนมื้ออาหารเป็นเวลา 4 สัปดาห์ จะเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระได้ถึง 43 เปอร์เซ็นต์

ลูกเกด

ลืมพลังงานสำเร็จรูปแบบแท่งไปได้เลย แค่เติมพลังด้วยลูกเกดแทน เป็นพลังงานพกพาที่ดีเยี่ยม มีทั้ง คาร์โบไฮเดรต และ โพแทสเซียม ซึ่งช่วยรักษาความสมดุลภาวะการน้ำในร่างกาย

น้ำเปล่า

คิดว่าหลายๆคน คงพกเกลือแร่เอาไว้จิบขณะออกกำลังกาย ซึ่งไม่จำเป็นเลย หากเราออกกำลังกายน้อยกว่า 60 นาที อ้างอิงจากสมาคมโภชนาอเมริกันกีฬา และยังได้กล่าวอีกว่า น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่ม H2O ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทางที่ทำให้แน่ใจได้ว่าได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้ว ให้ลองชั่งน้ำหนักก่อนและหลังออกกำลังกาย หลังจากนั้นดื่มน้ำ 2 แก้วครึ่ง ทุกน้ำหนักที่สูญเสียไป เช่น หลังออกกำลังกายน้ำหนักหายไป 1 ปอนด์ (0.5 กิโลกรัม) ก็ดื่มน้ำเพียงแค่ 2 แก้วครึ่งก็เพียงพอแล้ว

แซลมอน

มีโปรตีนถึง 22 กรัม ต่อน้ำหนักแซลมอน 3 ออนซ์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่เป็นที่มาของ Vitamin D อันดับหนึ่งอีกด้วย

น้ำมะเขือเทศ​

หากคุณกำลังปั่นจักรยานหรือวิ่งต่อวัน 1 ชั่วโมงหรือมากกว่า คุณจะไม่ได้แค่สูญเสียของเหลวจากร่างกาย ยังสูญเสียโซเดียม และ โพแทสเซียมไปด้วย สามารถทดแทนด้วยน้ำมะเขือเทศ 1 แก้ว จะช่วยเติมโซเดียมและโพแทสเซียมได้

ขิง

บางคนเคยมีความรู้สึกปวดหลังออกกำลังกาย เปลี่ยนจากกินยาแก้ปวด มาทานขิงแทน จากการวิจัยในปี 2010 ขิง มีคุณสมบัติช่วยรักษาอาการปวดจากกล้ามเนื้อ ให้นำขิงไปทำเป็นเครื่องดื่มปั่นกับแครอท แอ๊ปเปิ้ล หรือจะทำเป็น ซุปขิง ก็บรรเทาอาการเจ็บปวดเช่นกัน

วิธีดูแลรักษานาฬิกาออกกำลังกายเรือนโปรด

ซึ่งมีไม่กี่ขั้นตอนเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานและรักษาสภาพของนาฬิกาให้พร้อมต่อการใช้งาน ใครที่ใช้นาฬิกาออกกำลังกายเป็นประจำ แนะนำควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

การเก็บรักษานาฬิกาออกกำลังกาย ห้ามทิ้งนาฬิกาออกกำลังกายเรือนโปรดของคุณไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง หรืออุณหภูมิต่ำเป็นเวลานาน อาจทำให้แผนวงจรภายในนาฬิกาเกิดความเสียหายได้ ควรเก็บไว้ในที่อุณหภูมิปกติและไม่อับชื้น และควรปิดโหมดที่ไม่จำเป็นหลังจากการใช้งานเช่น GPS และ Bluetooth จากสมาร์ทโฟน เพื่อยืดอายุแบตตารี่ให้ใช้งานได้นานขึ้นและช่วยรักษานาฬิกาเรือนโปรดของคุณ

หลีกเลี่ยงใกล้คลื่นแม่เหล็ก โดยนาฬิกาทั่วไปไม่ควรอยู่ใกล้กับคลื่นแม่เหล็กเป็นเวลานาน อาจะทำให้นาฬิกาเสื่อมต่อการใช้งานได้

ป้องกันการกระทบกระเทือน การกระทบกระเทือนส่งผลทำให้นาฬิกาเป็นรอยได้ ซึ่งปัจจุบันนาฬิกาออกกำลังกายบางรุ่น เลือกที่จะใช้กระจกกันรอยขีดข่วน แบบเดียวที่ใช้กับหน้าจอสมาร์ทโฟน แต่ทางที่ดีสุดควรติดฟิล์มกันรอยหรือกันกระแทก เพื่อช่วยป้องกันให้สภาพหน้าจอใช้งานได้ยาวนานยึ่งขึ้น

ส่วนตัวเรือนนาฬิกานั่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองกิจกรรมหรือกีฬา แต่ควรใช้อย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้งาน

หลังจากใส่ว่ายน้ำหรือเปียกน้ำ สำหรับผู้ที่ใช้นาฬิกาออกกำลังกายกับกีฬาว่ายน้ำควรเช็คค่า ATM และ IPX ให้แน่ใจก่อน ซึ่งมาตรฐานกันน้ำ ค่า ATM หรือ IPX ควรศึกษาจากคุณสมบัตินาฬิกาออกำลังกาย เพราะบางรุ่นกันน้ำได้แค่ ล้างมือ ฝนตก เป็นต้น

ค่า ATM

1 ATM เท่ากับ 1 เมตร รายละเอียดดังนี้

ระดับการกันน้ำและความเหมาะสม

  • 0 – 1 ATM / 0 – 10 M ล้างมือ, ฝนตก
  • 3 ATM / 30 M ล้างมือ, ฝนตก, ล้างรถ
  • 5 ATM / 50 M ล้างมือ, ฝนตก, ล้างรถ, อาบน้ำ, ว่ายน้ำ
  • 10 ATM / 100 M ล้างมือ, ฝนตก, ล้างรถ, อาบน้ำ, ว่ายน้ำ และ การดำน้ำทะเลตื้น (Snorkel)
  • 20 ATM / 200 M ล้างมือ, ฝนตก, ล้างรถ, อาบน้ำ, ว่ายน้ำ, การดำน้ำทะเลตื้น(Snorkel) และการดำน้ำทะเลลึก(Snorkel)

IPX หรือ IPVX

  • IPX0 ไม่กันน้ำเลย
  • IPX1 กันฝนตกพรำๆ ได้เป็นเวลา 10 นาที
  • IPX2 กันฝนตกปรกติ (ตกจากด้านบน มุมไม่เกิน 15 องศา)
  • IPX3 กันฝน กันน้ำกระเด็นใส่ (จากด้านบน มุมไม่เกิน 60 องศา) โดยอัตราน้ำไหล 10 ลิตร/นาที
  • IPX4 กันน้ำกระเด็นใส่ได้ในทุกทิศทาง
  • IPX5 กันน้ำฉีดใส่ได้ในทุกทิศทาง (การทดสอบเพิ่มเรื่องแรงดันน้ำที่ฉีดใส่)
  • IPX6 กันน้ำระดับทะเลคลั่ง
  • IPX7 อยู่ในน้ำได้ชั่วคราว สามารถแช่ในน้ำได้ 30 นาทีที่ระดับความลึก 1 เมตร
  • IPX8 ใช้งานใต้น้ำได้ (ผู้ผลิตต้องระบุระดับความลึก)

พอเสร็จการใช้งานแล้วควรทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด และนำผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดตัวเรือนทุกครั้ง เพื่อป้องกันความชื้น

การดูแล

ถ้าเป็นนาฬิกาสายหนัง ไม่ควรให้สายหนังโดนน้ำ เพราะน้ำจะลดอายุการใช้งานสายหนัง ทำให้ต้องเปลี่ยนสายอยู่ตลอด และควรหลีกเลี่ยงการอาบขณะใส่นาฬิกา เพราะ สบู่หรือแชมพู อาจจะเข้าเกาะในนาฬิกาได้โดยทั่วไปแล้วนาฬิกาออกกำลังกายถูกออกแบบมาตอบสนองชีวิตประจำวันและเล่นกีฬาแต่ถ้าเราใส่ใจดูแลรักษาเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานได้นานขึ้น เท่ากับเราใช้งานาฬิกาได้อย่างคุ้มค่าและอย่าลืมหมั่นดูแลรักษานาฬิกาออกกำลังกายเรือนโปรดของคุณ เพื่อที่ใช้ออกกำลังกายได้เต็มที่ทุกกีฬา

ดูบอลออนไลน์

การฝึกกีฬา เฉพาะด้าน อะไรคือสิ่งที่ ปลอดภัยและไม่ปลอดภัย สวมเครื่องประดับมีประจุหรือแม่เหล็ก ทําให้เล่นกีฬา ได้ดีขึ้นจริงไหม

เด็ก ๆ มักอยากฝึกกีฬาเฉพาะด้านอยู่ลึก ๆ แม้ว่าอาจจะไม่ได้สังเกตก็ตาม พวกเขาอยากเข้าร่วมทีมชื่อดังตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องการฝึกกีฬานั้น ๆ ตลอดทั้งปีและคิดว่าการฝึกกีฬาประเภทอื่นหรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ นั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เสียเวลา และก็มีผู้ฝึกสอนหรือหน่วยงานหลายแห่งที่ต้องการจะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นเช่นกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญเช่นแพทย์และแม้แต่นักกีฬาอาชีพกลับออกมาเตือนว่าการเล่นกีฬาเฉพาะด้านเร็วเกินไปอาจทำให้ประสบความสำเร็จลดต่ำลงและอาจจะเป็นอันตรายได้

พ่อแม่มักเป็นผู้ที่อยู่ตรงกลาง เวลาไหนที่คุณช่วยสนับสนุนพรสวรรค์ของลูกและเมื่อไรที่คุณจะต้องผลักดันอย่างหนักเพื่อให้พวกเขาไปให้ถึงฝันที่อาจจะไม่เป็นจริง ? เมื่อไรที่คุณกำลังสนับสนุนความต้องการของลูกและเมื่อไรที่คุณกำลังทำ

การเล่นกีฬาเฉพาะด้านคืออะไร

โดยทั่วไปการเล่นกีฬาเฉพาะด้านนั้นหมายถึงการเล่น (หรือฝึกฝน) กีฬาชนิดเดียวตลอดทั้งปี มีการศึกษาในนักกีฬาเด็กที่ให้เด็กจัดระดับการฝึกกีฬาเฉพาะด้านของตัวเอง โดยแต่ละข้อต่อไปนี้มีคะแนน 1 คะแนนและทั้งหมดมีคะแนนเต็มคือ 6 คะแนน

  • ฝึกซ้อมกีฬาเพียงชนิดเดียวมากกว่า 75%
  • ฝึกเพื่อพัฒนาทักษะหรือใช้เวลากับเพื่อนน้อยลงเนื่องจากต้องเข้าร่วมการฝึก
  • เลิกเล่นกีฬาอย่างอื่นเพื่อเน้นที่กีฬาชนิดเดียว
  • คิดว่ากีฬาชนิดเดียวมีความสำคัญมากกว่ากีฬาชนิดอื่น
  • เดินทางออกนอกรัฐบ่อย ๆ
  • ใช้เวลาฝึกซ้อมมากกว่า 8 เดือนใน 1 ปีหรือเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 6 เดือนใน 1 ปี

ufabet

ความเสี่ยงของการเล่นกีฬาเฉพาะด้าน

จากการศึกษาพบว่าผู้ที่มีคะแนนเฉพาะด้านสูงกว่าจะเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬามากกว่า การบาดเจ็บจากการใช้งานมากเกินไปนั้นเป็นหนึ่งในเรื่องใหญ่ที่ต้องกังวลเมื่อนักกีฬาฝึกฝนกีฬาชนิดเดียว

นอกจากนั้นการฝึกกีฬาเฉพาะด้านอาจจำกัดการพัฒนาด้านการเคลื่อนไหวตามปกติ หากเด็กใช้เวลาทั้งหมดไปกับการฝึกซ้อมฟุตบอล พวกเขาก็จะไม่ได้เรียนรู้หรือพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการว่ายน้ำ เล่นวอลเลย์บอล หรือปั่นจักรยาน ผู้เล่นซอฟต์บอลอาจใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกโยนลูกแทนการวิ่งหรือฝึกรับลูก

การเล่นกีฬาเพียงชนิดเดียวยังอาจทำให้เกิดอาการวิตกกังวลและรู้สึกท้อถอยได้ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการฝึกกีฬาเฉพาะด้านเป็นการนำความสนุกออกไปจากการเล่นกีฬา การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Sport Behavior รายงานว่ามีผู้ใหญ่วัยรุ่นซึ่งเคยฝึกกีฬาเฉพาะด้านมาก่อนในสมัยเด็กมีแนวโน้มที่จะเล่นกีฬาน้อยลงเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เด็กที่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเล่นกีฬาเพียงอย่างเดียวอาจจะพลาดโอกาสในการลองเล่นกีฬาอื่น ๆ ที่ตัวเองอาจจะชอบเล่นไป เนื่องจากพวกเขาไม่มีโอกาสได้ลองกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไปมากนัก

สุดท้ายก็คือไม่มีอะไรการันตีได้ว่าการฝึกกีฬาเฉพาะด้านนั้นจะทำให้ประสบความสำเร็จในอาชีพนักกีฬาไม่ว่าคุณและลูกของคุณจะต้องผ่านแรงกดดันมากขนาดไหนก็ตาม​ (หากเขาไม่เล่นกีฬาในทีมที่เดินทางไปแข่งขันที่อื่นในตอนนี้แล้วละก็ เขาก็อาจจะไม่ได้เล่นกีฬาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและอาจจะไม่ได้ทุนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย)

นายแพทย์ John P. DiFiori ประธานสมาคมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาและแพทย์ประจำทีมนักกีฬาของมหาวิทยาลัย UCLA ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในที่ประชุมสมาคมว่า “จากข้อมูลในปัจจุบันพบว่าความน่าจะเป็นที่จะสามารถเล่นกีฬาได้จนถึงระดับสูงด้วยวิธีการนี้นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก นอกเหนือจากกีฬาบางประเภท เช่น ยิมนาสติกที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนมีอายุน้อย ในความจริงแล้ว การศึกษาบางชิ้นยังพบว่าการฝึกกีฬาเฉพาะด้านเร็วเกินไปนั้นมักจะไม่ได้ทำให้ประสบความสำเร็จมากกว่าการเข้าร่วมกีฬาหลายชนิดในวัยเด็กแล้วจึงฝึกกีฬาเฉพาะด้านเมื่อโตขึ้นภายหลัง”

ข้อดีของการฝึกกีฬาเฉพาะด้าน

เมื่อลูกของคุณเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้วนั้น การฝึกกีฬาเฉพาะด้านก็จะไม่ได้มีความเสี่ยงมากเหมือนเมื่อก่อนและยังอาจเป็นประโยชน์อีกด้วย การฝึกเฉพาะด้านทำให้เด็กสามารถพัฒนาทักษะในกีฬานั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี และหากพวกเขาประสบความสำเร็จก็จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับความสามารถของพวกเขา พวกเขาอาจได้เดินทางไปหลาย ๆ ที่และพบเจอกับผู้คนหลายกลุ่ม และแน่นอนบางคนอาจจะได้รับทุนการศึกษาด้านกีฬาหรือสร้างอาชีพให้กับตัวเองในสายนี้ได้ หากลูกของคุณชื่นชอบการเล่นกีฬาอย่างมาก มีความสุขกับการเล่น รู้จักระมัดระวังและลดความเสี่ยงที่จะได้รับการบาดเจ็บ การฝึกกีฬาเฉพาะด้านก็อาจเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์เช่นกัน

สวมเครื่องประดับมีประจุหรือแม่เหล็ก ทําให้เล่นกีฬาได้ดีขึ้นจริงไหม

เมื่อตอนที่แจ็ค ลูกชายผม เข้าร่วมทีมเบสบอล เขาได้รับแจกอุปกรณ์ประจําทีม อันประกอบด้วยกระเป๋าสะพายที่มีตราประจําทีม แว่นกันแดด ถุงมือเบสบอล และที่น่าแปลกใจคือ สร้อยไอออนหนึ่งเส้น ในขณะที่พวก วัยรุ่นรู้สึกว่าสร้อยนั้นกระตุ้นความฝันที่จะได้เล่นเมเจอร์ลีกให้ใกล้ความจริงมากขึ้น ลูกชายผมกลับเอาใส่คืนในกระเป๋าตามเดิม ผมคิดว่าเป็นเพราะลูกโตมากับผม แจ็คฉลาดพอจะรู้ว่า การสวมสร้อยอะไรก็ตาม เป็นคนละเรื่องกับการพัฒนาฝีมือการเล่นเบสบอล

เว็บไซต์ของผู้ผลิตสร้อยกล่าวอ้างไว้อย่างสวยหรูว่า “สร้อยไอออนจะเพิ่มความสามารถให้ถึงขีดสุด ด้วยการปรับสมดุลประจุบวกที่อยู่ล้อมรอบตัวเราให้เป็นกลาง” เขาอ้างว่า เมื่อสวมใส่จะเกิดคุณสมบัติในการเยียวยาทําให้รู้สึกสบายและสมดุล ระบบภูมิต้านทานทํางานดี เพิ่มพละกําลังอํานาจ สมาธิ และช่วยให้หลับสนิท เสียแต่ว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่มีข้อพิสูจน์ ว่าเป็นความจริง สร้อยคอและสร้อยข้อมือเหล่านั้นไม่สามารถปล่อยประจุ ลบออกมาได้หรอกครับ และถึงจะปล่อยออกมาได้จริง ๆ ก็ไม่มีข้อพิสูจน์ ทางวิทยาศาสตร์ว่า จะให้ผลดีต่อสุขภาพหรือเพิ่มสมรรถนะทางกีฬาได้แต่อย่างใด

ความนิยมสร้อยไอออนไม่ได้มีอยู่แค่ในวงการเบสบอล นักกีฬาที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะบาสเก็ตบอล กอล์ฟ หรือฟุตบอล เหล่าพระเอกในหนังแอคชันก็สวมครับ เป็นเรื่องน่าเศร้าที่การนําเสนอเหล่านี้ ชักชวนให้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ต้องเสียสตางค์ให้กับของที่ไม่มีคุณค่าที่พิสูจน์ได้จริง

บทสรุปของหมอเบซเซอร์

ตัวอย่างที่เด่นชัดของผลงานวิทยาศาสตร์จอมปลอมไร้การพิสูจน์ที่ผู้ผลิตนำมา หลอกลวงขายโกยเงินมหาศาล อย่างไร้ความสํานึกต่อสุขภาพของผู้บริโภค ได้แก่ เครื่องประดับไอออนและแม่เหล็ก เวลาคุณพบคําอ้างว่ากรรมวิธีใด (ที่ไม่ใช่การแพทย์มาตรฐาน) บําบัดโรคได้ผล ลองปรึกษาหมอของคุณเสียหน่อย ก่อนจะเสียรู้จ่ายเงิน ที่หามาด้วยหยาดเหงื่อของคุณซื้อมัน หากคุณซื้อเพราะอยากจะมีกับเขาบ้าง อย่างนั้นก็ไม่เป็นไร แต่จะเป็นอีกเรื่องถ้าคุณซื้อมาใช้ แทนการรักษามาตรฐานซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่า ช่วยคุณได้จริง

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง นายแพทย์ริชาร์ด เบซเซอร์  ได้โดยการซื้อหนังสือ “ความจริงจากหมอไขข้อกังขาปัญหาสุขภาพ”